ภาพลักษณ์ทางสังคมกับรถยนต์ที่คุณเลือก “รถยนต์กับภาพลักษณ์”

รถยนต์ จัดได้ว่าเป็นสินทรัพย์ที่บ่งสามารถบ่งบอกถึงตัวตนหรือฐานะของเจ้าของรถได้อีกอย่างหนึ่ง บางคนซื้อรถมาเพื่อเน้นประโยชน์ใช้สอย บางคนต้องการใช้รถยนต์เพื่อเน้นภาพลักษณ์ทางสังคม ให้ดูดีเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่การงาน เพื่อเป็นการเสริมบารมีและความน่าเชื่อถือในเวลาที่ต้องติดต่องาน หรือไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงรวมไปถึงคู่ค้าทางธุรกิจ

business-man-his-car-hd

สำหรับรถที่นิยมใช้กันเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดีมีระดับ จะเป็นในส่วนของรถรุ่นใหญ่ หรือรถยุโรปคันใหญ่ เช่น Honda Accord, TOYOTA Camry, BMW, Benz , รถ Super car ยี่ห้อต่าง ๆ ที่มีมูลค่าสูง  ซึ่งรถเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดูดีให้เจ้าของเพียงอย่างเดียว ยังรวมไปถึงในแง่ของความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้งานอีกด้วย เพราะระบบและโครงสร้างต่าง ๆ ของรถยนต์ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ทำให้ผู้ขับขี่นั้นได้รับความสะดวกสบายและความปลอดภัยสูงสุดสมราคา  ซึ่งรถยนต์ขนาดใหญ่เหล่านี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นรถเก่า หรือรถมือสอง แต่หากได้รับการซ่อมบำรุงเป็นอย่างดี ก็ยังสามารถใช้งานได้ดีกว่ารถใหม่ที่อยู่ในระดับต่ำกว่าอยู่ดีนั่นเอง แต่รถขนาดใหญ่เหล่านี้ ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดี ข้อเสียของรถในกลุ่มนี้คือ มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ทำให้เปลืองน้ำมันมาก หรืออาจต้องติดแก๊สเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ปล่อยขายต่อยาก บางรุ่นอะไหล่หายาก ต้องสั่งนำเข้ามา และมีราคาแพง ดังนั้นหากต้องการสร้างภาพลักษณ์ของตนเองให้ดูดี ก็ต้องสามารถรองรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นตามมาได้ด้วย

ในบางครั้งการใช้รถยนต์เพื่อเสริมภาพลักษณ์นั้นอาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป หากอยู่ไม่ถูกที่ถูกเวลา เช่นการใช้รถยนต์คันใหญ่ ๆ หรู ๆ เพียงเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีเงินเยอะนั้น หากอยู่ตามหมู่บ้านตามปกติธรรมดา อาจทำให้เกิดความเดือดร้อนขึ้นมาได้ เนื่องจากอาจทำให้เพื่อนบ้าน หรือคนในหมู่บ้าน เข้าใจว่ามีเงินเยอะ เป็นคนรวย จนมีการเข้ามาขอหยิบยืมเงินไปใช้ หรือเข้ามาขอความช่วยเหลือเรื่องเงินทอง ในทางกลับกัน หากมีตำแหน่งการงานใหญ่โต หรือภาพลักษณ์นั้นส่งผลกับการดำเนินธุรกิจ ก็จะช่วยให้การติดต่องาน การพบปะพูดคุยกับลูกค้า หรือคู่ค้าต่าง ๆ นั้น ดูมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากขึ้น  ซึ่งในกรณีนี้ก็จะเป็นการลงทุนกับรถยนต์ในการสร้างภาพลักษณ์เพื่อเพิ่มโอกาสทางหน้าที่การงานหรือธุรกิจ หรือในกลุ่มคนรุ่นใหม่ อาจต้องการซื้อรถยนต์เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงการประสบความสำเร็จในธุรกิจหรือหน้าที่การงานของตนเอง เป็นต้น

rich-man

ตามปกติแล้ว การเลือกใช้รถยนต์นั้น ผู้ซื้อจะต้องทราบถึงวัตถุประสงค์ของตนเองก่อนว่า ต้องการที่จะซื้อมาเพื่อเสริมสร้างฐานะทางสังคม เพื่อการใช้งาน หรือเพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัยสูงสุด และที่สำคัญก็คือ ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นตามมานั้น จะต้องไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน ยกตัวอย่างเช่น คนรุ่นใหม่เพิ่งจะเรียนจบ เงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 15,000-20,000 บาท หากคิดจะมีรถยนต์ไว้ใช้เองสักคัน จะต้องทราบก่อนว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะมีอะไรบ้าง มีเงินพอสำหรับใช้จ่ายหรือไม่ หากไม่แล้ว การซื้อรถยนต์ ก็อาจทำให้เสียเงินไปเปล่า ๆ เพราะหากไม่มีเงินพอที่จะใช้จ่ายทั้งค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา รวมถึงค่าภาษีและประกันต่าง ๆ แล้วนั้น  หากรับภาระไม่ไหว อาจจะต้องขายรถยนต์หรือปล่อยให้โดนยึดไป ดังนั้น หากรายได้ยังไม่พร้อม ก็อย่าเพิ่งสร้างภาพลักษณ์จนเกินตัวนั่นเองค่ะ