ภาพลักษณ์ทางสังคมกับรถยนต์ที่คุณเลือก “รถยนต์กับภาพลักษณ์”

รถยนต์ จัดได้ว่าเป็นสินทรัพย์ที่บ่งสามารถบ่งบอกถึงตัวตนหรือฐานะของเจ้าของรถได้อีกอย่างหนึ่ง บางคนซื้อรถมาเพื่อเน้นประโยชน์ใช้สอย บางคนต้องการใช้รถยนต์เพื่อเน้นภาพลักษณ์ทางสังคม ให้ดูดีเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่การงาน เพื่อเป็นการเสริมบารมีและความน่าเชื่อถือในเวลาที่ต้องติดต่องาน หรือไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงรวมไปถึงคู่ค้าทางธุรกิจ

business-man-his-car-hd

สำหรับรถที่นิยมใช้กันเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดีมีระดับ จะเป็นในส่วนของรถรุ่นใหญ่ หรือรถยุโรปคันใหญ่ เช่น Honda Accord, TOYOTA Camry, BMW, Benz , รถ Super car ยี่ห้อต่าง ๆ ที่มีมูลค่าสูง  ซึ่งรถเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดูดีให้เจ้าของเพียงอย่างเดียว ยังรวมไปถึงในแง่ของความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้งานอีกด้วย เพราะระบบและโครงสร้างต่าง ๆ ของรถยนต์ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ทำให้ผู้ขับขี่นั้นได้รับความสะดวกสบายและความปลอดภัยสูงสุดสมราคา  ซึ่งรถยนต์ขนาดใหญ่เหล่านี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นรถเก่า หรือรถมือสอง แต่หากได้รับการซ่อมบำรุงเป็นอย่างดี ก็ยังสามารถใช้งานได้ดีกว่ารถใหม่ที่อยู่ในระดับต่ำกว่าอยู่ดีนั่นเอง แต่รถขนาดใหญ่เหล่านี้ ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดี ข้อเสียของรถในกลุ่มนี้คือ มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ทำให้เปลืองน้ำมันมาก หรืออาจต้องติดแก๊สเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ปล่อยขายต่อยาก บางรุ่นอะไหล่หายาก ต้องสั่งนำเข้ามา และมีราคาแพง ดังนั้นหากต้องการสร้างภาพลักษณ์ของตนเองให้ดูดี ก็ต้องสามารถรองรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นตามมาได้ด้วย

ในบางครั้งการใช้รถยนต์เพื่อเสริมภาพลักษณ์นั้นอาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป หากอยู่ไม่ถูกที่ถูกเวลา เช่นการใช้รถยนต์คันใหญ่ ๆ หรู ๆ เพียงเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีเงินเยอะนั้น หากอยู่ตามหมู่บ้านตามปกติธรรมดา อาจทำให้เกิดความเดือดร้อนขึ้นมาได้ เนื่องจากอาจทำให้เพื่อนบ้าน หรือคนในหมู่บ้าน เข้าใจว่ามีเงินเยอะ เป็นคนรวย จนมีการเข้ามาขอหยิบยืมเงินไปใช้ หรือเข้ามาขอความช่วยเหลือเรื่องเงินทอง ในทางกลับกัน หากมีตำแหน่งการงานใหญ่โต หรือภาพลักษณ์นั้นส่งผลกับการดำเนินธุรกิจ ก็จะช่วยให้การติดต่องาน การพบปะพูดคุยกับลูกค้า หรือคู่ค้าต่าง ๆ นั้น ดูมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากขึ้น  ซึ่งในกรณีนี้ก็จะเป็นการลงทุนกับรถยนต์ในการสร้างภาพลักษณ์เพื่อเพิ่มโอกาสทางหน้าที่การงานหรือธุรกิจ หรือในกลุ่มคนรุ่นใหม่ อาจต้องการซื้อรถยนต์เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงการประสบความสำเร็จในธุรกิจหรือหน้าที่การงานของตนเอง เป็นต้น

rich-man

ตามปกติแล้ว การเลือกใช้รถยนต์นั้น ผู้ซื้อจะต้องทราบถึงวัตถุประสงค์ของตนเองก่อนว่า ต้องการที่จะซื้อมาเพื่อเสริมสร้างฐานะทางสังคม เพื่อการใช้งาน หรือเพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัยสูงสุด และที่สำคัญก็คือ ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นตามมานั้น จะต้องไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน ยกตัวอย่างเช่น คนรุ่นใหม่เพิ่งจะเรียนจบ เงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 15,000-20,000 บาท หากคิดจะมีรถยนต์ไว้ใช้เองสักคัน จะต้องทราบก่อนว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะมีอะไรบ้าง มีเงินพอสำหรับใช้จ่ายหรือไม่ หากไม่แล้ว การซื้อรถยนต์ ก็อาจทำให้เสียเงินไปเปล่า ๆ เพราะหากไม่มีเงินพอที่จะใช้จ่ายทั้งค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา รวมถึงค่าภาษีและประกันต่าง ๆ แล้วนั้น  หากรับภาระไม่ไหว อาจจะต้องขายรถยนต์หรือปล่อยให้โดนยึดไป ดังนั้น หากรายได้ยังไม่พร้อม ก็อย่าเพิ่งสร้างภาพลักษณ์จนเกินตัวนั่นเองค่ะ

ประเภทและคุณสมบัติของยางรถปิคอัพ ยางรถกระบะและ SUV ชนิดต่างๆ

ยางรถยนต์เป็นสิ่งที่จำเป็นมากต่อรถยนต์เพราะเป็นส่วนที่จะบ่งบอกถึงสมรรถณะต่างๆของรถยนต์และเครื่องยนต์ แต่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับประเภทของ ยางด้วยเช่นกัน ว่า มีลักษณะแบบไหน แต่ละแบบ มีการใช้งานแบบใด และต่างกะนแค่ไหน โดยจะมียาง SUV ปิ๊กอัพ และ รถขับเคลื่อ สี่ล้อหรือ 4WD แบ่งออกมาได้4 ประเภทดังนี้

SUV  FORD new Everest : 265/60 R18

SUV TOYOTA new Fortuner : 265/60 R18

SUV MITSUBISHI new Pajero : 265 / 60 R 18

 

tires

 

ยางแบบวิ่งทางเรียบที่ใช้ความเร็วสูง( HT) หรือ HIGHWAY TERRAIN

tires2

 

ยางชนิดนี้เป็นยางที่ทางผู้ผลิตรถยนต์ได้ติดตั้งเป็นยางพื้นฐาน ตั้งแต่ออกจากดรงงานเลยทีเดียว เพราะ ยางแบบ HT เป็นยางที่มีจุดเด่นในการวิ่งบนทางเรียบ และ การยึดเกาะถนน การรีดน้ำ ที่ดีเยี่ยม แถมไม่พอยังมีความนิ่มและเงียบมากๆ กว่ายางแบบอื่น โครงสร้างของยางแบบ HT เป็นโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อนมากไปกว่ายางเรเดียล จึงสามารถทำความเร็วได้สูง แต่ก็ยังไม่เหมาะต่อการบันทุกของหนักๆ  และ การเอาไปปีนป่าย ลงโคลน ซักเท่าไหร่ เนื่องด้วยการออกแบบดอกยาง มีความเรียบ และ ละเอียด รวมถึงแก้มยางที่มีความบอบบางมากกว่า ยางแบบอื่นๆ จึงเหมาะกับรถที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั่วๆไป ไม่เหมาะเอามาลุยซักเท่าไหร่

ยางแบบที่สามารถวิ่งได้ทุกสภาพถนน (AT) หรือ ALL TERRAIN

tires3

ยางชนิดนี้ถือว่าเด่นในเรื่องของดอกยาง หน้าและใหญ่ ที่ใส่แล้วทำให้รถของคุณดูดีขึ้นมาทีเดียว จึงเป็นยางที่นิยมใช้ในหมู่ SUV และ 4WD เพราะด้วยโครงสร้างยาง AT แข็งแรกมากกว่าแบบแรกหรือ (HT) และยังสามารถใช้งานได้บนทางเรียบที่สามารถทำได้ดีเรื่องเสียงรบกวนของยางเวลาวิ่งด้วยความเร็วในระดับหนึ่ง และยึดเกาะได้ดี และในการวิ่งลุยในทางขลุขละและเป็นหลุมเป็นบ่อก็ทำได้ดีเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ถึงกับว่าเอาไปลุยแบบ เต็มเหนี่ยวได้ แต่ก็มีความแตกต่างในการใช้งานในแต่ละรุ่น ด้วยการออกแบบให้มีดอกยางที่ต่างกันและ เน้นไป แบบลุยมากกว่าหรือทางเรียบมากกว่า ก็ขึ้นอยู่กับการดีไซน์แต่ละยี่ห้อ

ยางแบบลุยหนัก  (MT) หรือMUD TERRAIN

tires4

เป็นยางที่เหมาะสำหรับวิ่งวิบากเลยก็ว่าได้ เด่นในเรื่องลุยหนักและปีนป่ายได้อย่างดีเยี่ยม ยังเป็นยางที่ถูกในขาลุยที่ใช้รถ4×4 ที่เมื่อใส่แล้ว เป็นรถขาลุยอย่างเต็มขั้นเลยทีเดียว ด้วยดอกยางที่ใหญ่และมีความลึกมาก มีโครงสร้างที่แข็งแรง กว่า AT และ HT มาก  แต่เรื่องการ วิ่งทางเรียบ จะมีเสียงรบกวนของยางที่ดังมาก เนื่องด้วยดอกยางที่มีขนาดใหญ่ ทำให้เกิดการบิดตัวของโครงสร้างของยาง ส่วนเรื่องยึดเกาะ ยังเทียบ AT และ HT ไม่ได้ เพราะด้วยดอกยางขนาดใหญ่และกว้างจึงทำให้หน้าของยางสัมผัสพื้นค่อนข้างน้อย แถมยังดอกยางจะหมดเร็วเมื่อวิ่งบนทางเรียบ ต่างจากทางลุยที่จะสามารถใช้ได้นานกว่า และไม่เหมาะสำหรับการใช้ความเร็วสูง

ยางแบบใช้บรรทุกของหนัก

tires5

            เป็นที่นิยมใช้ในพวกรถอุตสาหกรรม และดรงงานที่มีการบรรทุกของหนัก เพราะยางตัวนี้ได้มีการออกแบบให้มีโครงสร้างที่แข็งแรง คงทน และแก้มยางที่คงทน และยังยึดเกาะถนนได้ดีแม้จะบรรทุกของหนัก ยางชนิดนี้จะสึกหรอช้ากว่ายางแบบอื่นในขนาดเดียวกัน แต่จะผลิตมาเฉพาะล้อ 14-15 นิ้วเท่านั้น

 

คุณรู้จักฟิล์มกรองแสงรถยนต์ดีเพียงพอหรือยัง?

อากาศร้อนๆแบบนี้ ถ้าต้องนั่งขับรถที่ไม่ได้ติดฟิล์มกรองแสง อุณหภูมิในรถคงจะสูงอยู่มิใช่น้อย ไหนจะต้องคอยหลบแสงแดดที่ส่องเข้ามาอีก การติดฟิล์มกรองแสงจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด วันนี้เรามีความรู้เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับฟิล์มกรองแสงมาฝากกัน เพื่อช่วยให้คุณเลือกติดฟิล์มได้เหมาะสมตามความต้องการ ค้นหาข้อมูลรถยนต์ Toyota vios

 

car artivl

 

  1. ประเภทของฟิล์มกรองแสง แบ่งออกเป็น
  • ฟิล์มกรองแสงที่ไม่มีส่วนผสมของสารที่ป้องกันรังสีที่มากับแดด ฟิล์มประเภทนี้จะสามารถลดความเข้มของแสงได้เพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถป้องกันรังสีต่างๆที่มากับแสงแดดได้ ราคาค่อนข้างถูก อายุการใช้งานค่อนข้างสั้นประมาณ 3-5 ปี
  • ฟิล์มกรองแสงที่มีสารป้องกันรังสีจากแสงแดด ฟิล์มประเภทนี้ จะมีการเพิ่มวัสดุพิเศษเข้าไปเพื่อที่จะไว้ป้องกันรังสีจากแสงแดด ที่เป็นอันตราย ได้แก่ฟิล์มปรอท ฟิล์มเคลือบโลหะและฟิล์มลดความร้อน, ฟิล์มอินฟาเรด, ฟิล์มนิรภัยและฟิล์มใสนาโน เป็นต้น
  1. ความเข้มของฟิล์มกรองแสง แบ่งออกเป็น
  • ฟิล์มกรองแสง 40% ฟิล์มประเภทนี้แสงจะสามารถส่องผ่านได้ ประมาณ 35%ขึ้นไป โดยจะมีตัวเลขระบุบนเนื้อฟิล์ม ตัวอย่างเช่น APL35N , POP35N , APL45NX , L80BL
  • ฟิล์มกรองแสง 60% คือฟิล์มกรองแสงที่แสงสามารถส่งผ่านได้ ประมาณ 20% ตัวอย่างเลขที่ติดบนเนื้อฟิล์มจะเป็น ANL20N , ARL20C , ARL20BX , L20N POP20N
  • ฟิล์มกรองแสง 80% หมายถึง ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ที่มีความเข็มที่สุด ทำให้มีแสงส่งผ่านได้ 5 % ตัวอย่างเช่น ARL05C , ANL05N , POP5C L05 Digital CTX
  1. คุณสมบัติต่างๆของฟิล์มกรองแสงคุณภาพดี ได้แก่
  • การลดความร้อน
  • การลดรังสียูวี
  • การสะท้อนแสง
  • แสงส่องผ่าน

ต้องเป็นค่ามาตรฐานจากโรงงานผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ และควรเป็นไปตามมาตรฐานของ AIMCA

  1. ข้อควรพิจารณาในการติดตั้งฟิล์มกรองแสง
  • การรับประกัน โดยทั่วไปแล้วฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์จะมีการรับประกันคุณภาพไม่ต่ำกว่า 5 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของการรับประกันด้วย
  • การเลือกร้านติดตั้ง ควรเลือกร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่ายและติดตั้งจากฟิล์มยี่ห้อนั้น ๆ โดยตรงและควรมีประกันจากทางร้านเอง ที่รับผิดชอบแก้ไขในปัญหาทันทีเมื่อเกิดข้อผิดพลาด

 

 

เทคนิคการขับรถขึ้น-ลงเขาอย่างปลอดภัย

การขับรถขึ้น-ลงเขาอาจดูเหมือนขับไม่ยาก แต่ถ้าขับด้วยความประมาทหรือขาดทักษะแล้ว ก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและเกิดความเสียหายให้กับรถยนต์ได้ วันนี้เรามีเทคนิคการขับรถขึ้น-ลงเขาง่ายๆและปลอดภัยมาแนะนำกัน

imgres
1. ใช้เกียร์ต่ำเมื่อขับรถขึ้นและลงเขา รถเกียร์ธรรมดาให้ใช้เกียร์ 1 หรือ 2 ส่วนรถเกียร์อัตโนมัติให้ใช้เกียร์ D2 หรือ L
2. อย่าใช้เกียร์ว่างในขณะลงเขา เพราะจะทำให้รถไหลลงด้วยความเร็วสูง
3. เวลาขับเข้าโค้งให้ขับชิดซ้ายไว้ เผื่อมีรถอีกฝั่งแซงมาในทางโค้งจะได้หลบหลีกได้ทัน
4. ไม่ควรขับแซงในที่ที่ไม่สามารถมองเห็นรถอีกฝั่งได้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
5. เมื่อขับรถลงเขาควรแตะเบรกเป็นระยะและในจังหวะที่จำเป็น เพื่อชะลอความเร็วของรถ
6. หากทางลงเขายาวมากและเริ่มได้กลิ่นไหม้ของผ้าเบรก ให้หาพื้นที่ปลอดภัยเพื่อจอดพักรถ
7. ควรเร่งเครื่องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อส่งกำลังให้รถมีกำลังขึ้นเขาอย่างต่อเนื่อง
8. ควรขับรถเว้นระยะห่างจากคันหน้าให้มากกว่าปกติ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
9. หากจำเป็นต้องขับรถแซงคันหน้า ให้หาจังหวะทางราบหรือไม่ชันมากนัก
10. ขณะขับลงเขา ควรคำนวณระยะเบรกให้เพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถเบรกได้อย่างเหมาะสม และไม่ไปชนรถคันข้างหน้า
ถ้าคุณปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น รับรองว่าปลอดภัยและลดภาระของรถยนต์ได้มากทีเดียว และที่สำคัญควรมีสติและอย่าประมาทเด็ดขาด!

วิธีขับรถให้ปลอดภัยยามค่ำคืน

วิสัยทัศน์ยามค่ำคืนอาจเป็นอุปสรรคในการขับขี่รถยนต์ โดยเฉพาะเมื่อเราต้องเดินทางในเส้นทางที่ไม่ชำนาญ เส้นทางที่ไม่ค่อยมีแสงสว่าง หรือเส้นทางคดเคี้ยว ทางอันตราย แล้วเราจะทำอย่างไรเมื่อต้องเดินทางเวลากลางเพื่อให้ขับขี่ได้ปลอดภัย

1433832479

  1. ตรวจเช็คสภาพรถก่อนเดินทาง ทั้งรถเก่าและรถใหม่ สภาพเครื่องยนต์ พร้อมแก่การเดินทางหรือไม่ ที่สำคัญคือระบบรถยนต์ ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก ต้องใช้งานได้ทุกดวง
  2. อย่าลืมตรวจสอบระบบเบรกรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ เพราะการขับรถกลางคืนมักเป็นการขับขี่ที่ใช้ความเร็วค่อนข้างสูง เบรคควารใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
  3. ต้องบอกลาพวงมาลัยเลยนะคะถ้าคุณดื่มสุรา ถึงแม่ไม่มีอาการมึนเมาก็ห้ามขับขี่ เพราะจะเป็นอันตรายทั้งกับตนเองและผู้ใช้ทางคนอื่นๆ ขับขี่ปลอดภัยต้องไม่ดื่มแอลกอฮอล !
  4. สภาพร่างกายต้องไม่เหนื่อยล้าเกินไป เพราะอาจเป็นสาเหตุของการหลับใน ควรหาที่ปลอดภัย จุดที่สว่างๆจอดพักสายตา แล้วค่อยเดินทางต่อ
  5. การขับขี่ไม่ควรใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ถึงแม้จะเห็นถนนว่างก็ต้องใช้ความระมัดระวังเช่นกัน
  6. ถนนบางเส้นในยามค่ำคืนไม่มีไฟส่องทาง โดยเฉพาะต่างจังหวัด ทำให้การขับขี่อันตรายมากขึ้น ควรมองเส้นทางให้ดีอาจใช้ไฟสูงหรือ ไฟตัดหมอกช่วยส่องทาง หากไม่มีรถสวนมา
  7. ใช้ความระมัดระวังทุกครั้งที่ต้องขับรถผ่านทางแยก ไม่ว่าจะมีสัญญาณไฟจราจรหรือไม่ กรณีเป็นสัญญาณไฟเขียวก็ควรชะลอความเร็วลงบ้างเมื่อผ่านแยก เพราะอาจมีรถที่ไม่เคารพสัญญาณไฟฝ่าไฟแดงออกมา ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุได้

nergy-logo

ทั้งหมดนี้เป็นแค่ข้อควรระวังเล็กน้อย ทีคุณสามารถปฏิบัติตามได้ง่ายๆ เพื่อให้ห่างไกลอุบัติเหตุ และปลอดภัยกับตัวคุณเอง

ซึ่งสมัยนี้มีรถยนต์หลายแบรนด์ ที่มีออฟชั่นมากมาย สิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อที่จะรองรับการขับรถยนต์ขอบคุณให้ปลอดภัยในทุกเส้นทาง ทุกเวลา หากคุณต้องการหาโปรโมชั่นรถใหม่ ในราคาสุดคุ้มและดีที่สุด คุณสามารถค้นหาในเว็บไซต์หรือไปที่โชว์รูมได้ง่ายๆ

 

New Audi Q2

New Audi Q2 รถ SUV ขนาดเล็กดีไซน์สปอร์ต เหมาะสำหรับนักขับรถรุ่นใหม่ ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อย่างคล่องตัว

audi Q2 ใหม่

Audi ยังมี SUV ไม่พออีกเหรอ?

Audi Q2 มี 4 รุ่น ที่เข้ามาเสริมในตระกูล Q แต่มีความแตกต่างจากรุ่น Q3, Q5 และ Q7 ไม่น้อย โดย Q2 ถูกออกแบบมาให้ดูอ่อนเยาว์กว่ารุ่นพี่ด้วยดีไซน์สปอร์ต ซึ่งเป็นการใช้กลยุทธ์คล้ายกับที่ รถSUV ของ BMW

รูปลักษณ์ของ Q2 ถูกออกแบบให้โฉบเฉี่ยวแบบคล่องตัว ในสไตล์ครอสโอเวอร์ รูปโฉมสวยงามทั้งภายในและภายนอก โดดเด่นด้วยไฟท้าย LED  เมื่อเทียบกับ รุ่น Q3 มีฐานล้อขนาด 2.6 เมตรเหมือนกัน แต่มีมิติตัวรถที่เล็กว่า Q3 เล็กน้อยในด้านความกว้าง ความสูง และความยาวตัวรถ ทำให้ Q2 มีรูปทรงที่ดูสปอร์ตกว่า

เครื่องยนต์ของ Q2 มีทั้งระบบเบนซิน ขนาด 1.0-2.0 ลิตร และ ดีเซล ขนาด 1.6-2.0 ลิตร ให้สมรรถนะ 116-190 แรงม้า พร้อมด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และ เกียร์อัตโนมัติ dual-clutch  7 สปีด

จุดขายที่โดดเด่นของ Audi Q2

audi Q2 ใหม่

จากการเปิดตัว ที่เจนีวา Audi Q2 มีความโดดเด่นด้วย ระบบ Wi-Fi hotspot และ ระบบเทคโนยีช่วยในการขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับราคาก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดขายที่สำคัญ เพราะราคาที่จะเปิดตัวปลายปีนี้ทำให้  Q2 จะเป็นรถที่ราคาถูกที่สุดในตระกูล Q ซึ่งราคาอย่างไม่เป็นทางการในประเทศไทย น่าจะอยู่ที่ 2-2.5 ล้านบาท ซึ่งรถรุ่นนี้เป็นที่น่าจับตาว่าจะมาแชร์ส่วนแบ่งการตลาดจากรถรุ่น Mini Countryman ที่อยู่ในตลาดมานานแล้วอีกด้วย

คุณสามารถค้นหารถออดี้รุ่นอื่นๆได้ที่เว็บไซต์ www.audi.co.th

ขอบคุณข้อมูลจาก Bangkokpost.com